ลำดับเหตุการณ์ “เขื่อนแตก” ในลาว รุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี

สรุปเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ในสปป.ลาวแตก เมื่อวันที่ 23 ก.ค. holidayclub999.com ถือเป็นเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปีของลาว ซึ่งทำให้ประชาชนหลายพันครอบครัวได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

“ลำดับเหตุการณ์ เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก”

25 ก.ค. 61

-มีรายงานการพบศพผู้เสียชีวิต เบื้องต้น 19 คน ขณะที่ผู้สูญหาย มีมากกว่า 100 คน

-หน่วยกู้ภัยในไทย เตรียมความพร้อมเพื่อไปช่วยเหลือทันทีที่ได้รับการร้องขอ

-กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ สารแสดงความเสียใจ จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดย นายกฯ ยังสั่งให้เปิดบัญชีรับบริจาคในไทย เพื่อความสะดวกของคนไทยที่ประสงค์จะช่วยเหลือชาวลาวในฐานะมิตรประเทศใกล้ชิดด้วย

24 ก.ค.61

-ทางการแขวงอัตตะปือ มีคำสั่งอพยพประชาชนหนีน้ำด่วน

-เจ้าแขวงอัตตะปือ นำทีมลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดค้างอยู่บนหลังคาบ้าน หลังคาโบสถ์วัด หลังมวลน้ำไหลเข้าท่วมเขตบ้านใหม่ เมืองสะหนาวไซ

-สำนักข่าวท้องถิ่น เริ่มเผยภาพผู้คนจำนวนมากซึ่งหนีออกจากที่พักอาศัยไม่ทัน ต้องติดค้างอยู่บนหลังคาบ้าน

– 12.00 น. เกินขีดความสามารถของท้องถิ่น เจ้าแขวงอัตตะปือ ทำหนังสือขอความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายเพื่อกู้วิกฤติเขื่อนแตก น้ำท่วมเมืองสะหนาวไซ

-มีรายงาน ผู้สูญหายกว่า 200 ชีวิต จากเหตุน้ำท่วม 10 หมู่บ้านในเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ

-สำนักข่าวท้องถิ่น รายงานมวลน้ำทะลักท่วมพื้นที่เขตเมืองสะหนามไซเป็นวงกว้าง มีรายงานว่า ระดับน้ำมีความสูงเฉลี่ย 15 เมตร

-16.00 น. เจ้าแขวงอัตตะปือ สั่งปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำในเขื่อนเซเปียนเพิ่ม เนื่องจากปริมาณน้ำเกินความจุ ไม่เช่นนั้นตัวเขื่อนจุดอื่นจะมีปัญหา แต่มวลน้ำที่ปล่อยก็ลงมาไหลสมทบพื้นที่ต่ำมากขึ้น

– นายทองลุน สีลุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ยกเลิกประชุมคณะรัฐบาลประจำเดือนก.ค. บินด่วนลงลาวใต้ พื้นที่เมืองสะหนามไซ บัญชาการกู้วิกฤติเขื่อนแตกด้วยตัวเอง

-20.00 น. รัฐบาล สปป.ลาว ประกาศให้เมืองสะหนามไซ เขตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ยกระดับเป็น “เขตภัยพิบัติฉุกเฉินระดับชาติ”

-ทางการลาวระดมความช่วยเหลือกับ “กู้ไพลาว 1623” ซึ่งหน่วยนี้เพิ่งกลับจากร่วมปฏิบัติการที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีติดถ้ำที่มีน้ำท่วมสูง

-สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ส่งสาส์นแสดงความเสียใจกับ ทางการสปป.ลาว พร้อมเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยระบุว่า เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย เกิดปัญหาแตกร้าว ในเวลา 20.30 น. ของวันที่ 23 ก.ค.

-บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ผู้ร่วมทุนสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เซเปียน-เซน้ำน้อย สัดส่วน 25 % ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า สันเขื่อนที่แตกไม่กระทบกับเขื่อนหลัก และจะไม่ส่งผลต่อการเริ่มจ่ายไฟฟ้าในเดือน ก.พ. ปี 2562

-นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ แจ้งประชาชนชาวบึงกาฬ ไม่ต้องตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีผลกระทบกับชาวบ้านฝั่งไทยที่อยู่ริมแม่น้ำโขง พร้อมประสานข้อมูลกับทางการสปป.ลาวตลอดเวลา

-22.00 น. เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ ระบุว่า ทางการลาวสามารถควบคุมสถานการณ์เขื่อนแตกได้แล้ว โดยไม่มีน้ำไหลทะลักเพิ่ม และยืนยันว่า ไม่มีคนไทยเป็นอันตรายจากเหตุการณ์ครั้งนี้

23 ก.ค.61

ทางการลาวได้รับแจ้งว่า เกิดความผิดปกติขึ้นที่เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย หลังจากมีพายุฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยจุดที่เป็นปัญหาคือ เขื่อนดินย่อยกั้นช่องเขาส่วน D –ขนาดสันเขื่อนกว้าง 8 เมตร ยาว 770 สูง 16 เมตร เพื่อเสริมการกั้นน้ำรอบอ่างเก็บน้ำเซน้ำน้อย โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อยเกิดการทรุดตัว ส่งผลให้สันเขื่อนดินย่อยเกิดรอยร้าว และน้ำไหลออกไปสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน และลงสู่ลำน้ำเซเปียน ที่อยู่ห่างจากเขื่อนราว 5 กิโลเมตร

ตลอดคืนวันที่ 23 ก.ค. บริษัท PNPC ผู้ก่อสร้างเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย แจ้งประกาศเตือนประชาชนให้อพยพขึ้นที่สูง เนื่องจากสันเขื่อน D พัง มวลน้ำราว 5,000 ล้านตัน จะไหลลงลำน้ำเซเปียน

-มวลน้ำเริ่มท่วมบ้านเรือนเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ

-อพยพประชาชนหนี ตลอดทั้งคืนต่อเนื่อง เข้าสู่เข้าวันที่ 24 ก.ค.

ทั้งนี้ สปป.ลาวเคยเผชิญกับวิกฤติน้ำท่วมครั้งรุนแรงเมื่อปี 2554 จากพายุโซนร้อนไห่หม่า ทำให้เกิดน้ำท่วมถึง 4 แขวง (จังหวัด) ได้แก่แขวงบอลิคำไซ, เซียงขวาง, เวียงจันทน์ และไซยะบูลี เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 คน ประชาชนเดือดร้อนหลักหมื่นคน โดยฝนที่ตกหนักในสปป.ลาว ปีนี้ เป็นอิทธิพลจาก “พายุเซินติญ”